เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (Memorandum of Understanding: MOU) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมกันพัฒนาการจัดการศึกษาหลักสูตร พยาบาลศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่) ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพและเกณฑ์การรับรองของสภาการพยาบาล
พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก ดร.ฉัททวุฒิ พีชผล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง โดยมีผู้บริหารและคณาจารย์ของทั้งสองสถาบันร่วมเป็นสักขีพยาน
ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะทำหน้าที่เป็น สถาบันพี่เลี้ยงด้านวิชาการ (Academic Mentor) ให้แก่มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ โดยให้คำปรึกษาและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการพัฒนาหลักสูตร การบริหารหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การพัฒนาศักยภาพคณาจารย์ และการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อให้การจัดการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตเป็นไปตามกฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพ และข้อกำหนดของสภาการพยาบาล
ในขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการบริหารจัดการหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การจัดสรรทรัพยากร และการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาและเกณฑ์การรับรองวิชาชีพ
ทั้งสองมหาวิทยาลัยยังได้แต่งตั้งผู้ประสานงานความร่วมมือ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มุกข์ดา ผดุงยาม คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชมพูนุช โสภาจารีย์ คณบดีสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ทั้งสองสถาบันจะร่วมกันดำเนินกิจกรรมทางวิชาการในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การประชุมวิชาการ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาคณาจารย์ และการให้ข้อเสนอแนะด้านวิชาการ ตลอดจนจัดทำแผนการดำเนินงานร่วมกันเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาด้านพยาบาลศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ในการพัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตให้มีมาตรฐานระดับประเทศ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพการจัดการศึกษา และผลิตบัณฑิตพยาบาลที่มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม และพร้อมตอบสนองต่อความต้องการของระบบบริการสุขภาพของประเทศในอนาคต